หน้าเว็บ

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

นิทานธรรม จิ้งหรีดกับมด

นิทานธรรม จิ้งหรีดกับมด
          ในฤดูร้อนที่ร้อนมากของวันหนึ่งจิ้งหรีดจอมขี้เกียจตัวหนึ่งเห็นฝูงมดขนข้าว เศษผลไม้และลูกไม้ต่าง ๆเดินรำเรียงกันเอาเข้าไปเก็บสะสมไว้ในรังอย่างขะมักเขม้น มันจึงเกิดความสงสัยขึ้นมาอย่างมากจึงถามพวกมดว่า
          “นี่เจ้ามด พวกเจ้าน่ะขนข้าว ขนอาหารไปเก็บไว้ทำไม ? ในทุ่งก็มีมากมายกินกัน ไม่รู้จักหมดรู้จักสิ้นอยู่แล้ว พวกเจ้านี่ช่างแปลกจริง ๆ ร้อนออกจะตายไป บ้าบอไม่มีที่เปรียบ ขยันกันจริงนะพวกเจ้า ฮ่า ๆๆ มันคิดดูถูกพวกมดอย่างมาก
          พวกมดจึงหันมาตอบกวน ๆกับมันว่า  ท่านว่าแปลกมากหรือ? แต่พวกข้าว่าไม่เห็นจะน่าแปลก ตรงไหนเลย ฤดูกาลนี้พืชพันธ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ พวกข้าเก็บได้ง่ายและที่เหลือกินก็จะช่วยกันขนเอาไปเก็บสะสมไว้เป็นเสบียงในฤดูหนาวที่แห้งแล้งไม่มีพืชพันธุ์ธัญญาหารให้เก็บกินกันได้ง่าย ๆไงล่ะ

           เจ้าจิ้งหรีดเมื่อได้ฟังดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า
           “จะไปคิดอะไรกันมากมายถึงกาลไกลโน่นให้ปวดหัวด้วยล่ะเสียเวลาเปล่า ๆ เอาอย่างข้านี้สินึกจะกินก็กิน นึกจะนอนก็นอน อาหารมีอยู่รอบตัวไม่เห็นเคยอดอยากสักครั้งเลย
           ตอบแล้วมันก็บินหนีไปแทะอ้อยข้างทางอาหารโปรดของมันเหมือนขี้เกียจต่อกรกับพวกมด พวกมดมองเจ้าจิ้งหรีดที่บินจากไปแล้วคิดว่า
           ยังไม่รู้ถึงความอดอยาก ถึงได้ดูถูกและล้อเลียนพวกเรา รอให้ฤดูหนาวมาถึงก่อนเถอะแล้วจะรู้สึก
          แม้แต่ในวันที่ฝนตกหนัก พวกมดก็ยังยอมเปียกฝนด้วยตัวที่สั่นเทาไม่ลดละและเลิกขนเสบียงอาหาร เลยมันยังคงตั้งหน้าตั้งตาลำเรียงเข้าไปเก็บไว้ในรังอยู่อย่างเดิม เจ้าจิ้งหรีดซึ่งนั่งหลบฝนอยู่ใต้ใบไม้ เมื่อมันเหลือบไปเห็นพวกมดเข้าเท่านั้นมันก็หัวเราะออกมาด้วยเสียงอันดังและส่ายหัวไปมาแล้วพูดดูถูกล้อเลียนพวกมดว่า
          “ขยันกันจริง ๆนะพวกเจ้า ฮ่า ๆๆ ฝนตกเฉอะแฉะน่ารำคาญจะตาย พวกเจ้าถ้าจะบ้าเอาอย่างมากเลยนะข้าว่ามานอนหลบฝนกับข้าไม่ดีกว่าเหรอ รอให้ฝนหยุดเสียก่อนจะดีกว่านะ ฮ่า ๆๆๆ
           แต่พวกมดก็ยังคงเดินขนของไปพลางหันมาตอบกับจิ้งหรีดเหมือนไม่ยอมให้เสียเวลาในการขนอาหารไปเลยสักนิด
           “บอกแล้วไงตอนนี้ยังพอมีพืชพันธ์ธัญญาหารให้เก็บอยู่ ต้องรีบเอาไปเก็บสะสมไว้อีกให้มาก ๆไง จิ้งหรีดส่ายหัวไปมาด้วยความเบื่อในความคิดของพวกมด มันเลยแกล้งนั่งหลับไม่ยอมหันกลับไปมองพวกมดอีกเลย และในวันที่ลมพัดแรงแสนแรง พวกมดก็ยังคงทำงานและหน้าที่ของมันอยู่ไม่มีเปลี่ยนแปลง พวกมันเดินเกาะกลุ่มกันเดินต้านลมขนข้าวขนเสบียงอาหารอยู่เหมือนเดิม เจ้าจิ้งหรีดนั้นวันนี้หนีลมแรงเข้าไปหลบอยู่ในโพรงไม้และเมื่อมันมองออกไปและเห็นพวกมดเข้าให้อีก มันจึงตะโกนออกมาด้วยเสียงอันดังแล้วก็ยังพูดดูถูกพวกมดเหมือนเดิมอีกนั่นแหละว่า
           “ข้าว่าพวกเจ้านี่บ้าจริง ๆของ แท้เลยหละลมพัดแรงจะตายไป ยังจะขยันกันอยู่ได้อีก เดี๋ยวก็ปลิวไปตามลมหรอก ฮ่า ๆๆๆ
          พวกมดนั้นฟังเจ้าจิ้งหรีดพูดดูถูกและล้อเรียนจนเคยเสียแล้วแต่พวกมันก็ไม่ได้คิดโกรธแถมยังหยุดเดินและพูดเตือนเจ้าจิ้งหรีดด้วยอีกว่า
           “นี่ท่านจิ้งหรีด นี่ก็ใกล้จะถึงฤดูที่แห้งแล้งแล้วนะ ท่านได้เตรียมและหาเก็บสะสมเสบียงอาหารไว้บ้างแล้วหรือยัง?? ”
          เมื่อย่างเข้าฤดูแล้งแหล่งอาหารของมดและแมลงต่าง ๆก็เริ่มเหลือน้อยลงเข้าทุกที พื้นดินนั้นก็เริ่ม แตกระแหง ต้นไม้ที่ยืนต้นนั้นใบก็เริ่มเหี่ยวเฉาลง เจ้าจิ้งหรีดที่ชอบเอาแต่ความสบายและไม่เคยคิด ถึงกาลข้างหน้าสักนิดเลยนั้น เพราะมันมัวแต่เอาแต่ร้องรำทำเพลงอย่างมีความสุขมาตลอดไม่ได้คิดเตรียมตัวไว้รับสภาพที่แห้งแล้งหาของกินยากที่เยือนมาถึงนี้เลย มันจำต้องนั่งเอาใบไม้คลุมตัว ไว้ด้วยความหนาวและพร้อมกับความหิวโหยด้วยมันไม่ได้กินอะไรมาหลายวันแล้ว เรี่ยวแรงที่เคยมีก็หมดไป มันจึงไม่สามารถที่จะบินไปหาแหล่งอาหารที่อยู่ไกล ๆกับใครเขาได้
          แล้วในที่สุดฤดูหนาวก็มาเยือน หิมะเริ่มตกพรำลงมา เจ้าจิ้งหรีดหนาวสะท้านด้วยความหนาวและหิวโหยเหลือเกิน และเมื่อสิ้นไร้หนทางเข้ามันจึงเที่ยวคลานไปตามที่ต่าง ๆที่มีรังของพวกแมลง เพื่อหวังขอเศษอาหารจากพวกแมลงเหล่านั้นกินปะทังชีวิตของมัน มันคลานตะเวนไปเรื่อย ๆจนร่างกายสกปรกมอมแมมไปหมดจนกระทั่งมันมาพบกับรังของพวกมดที่มันเคยพูดดูถูกและล้อเลียนเอาไว้อย่างมากมาย แต่เพราะความหิวและใกล้จะตาย มันพยายามรวบรวมพลังที่มีเหลืออยู่น้อยนิดนั้นเคาะประตูรังของพวกมดทันที
          “ก๊อก ๆๆ ได้โปรดเถิด นึกว่าสงสารแมลงด้วยกัน ช่วยแบ่งเศษอาหาร ให้ข้าปะทังความตายและความหิวสักนิดเถิดท่านมด
พวกมดจึงเปิดประตูให้แล้วพูดว่า
           “พวกเราจะแบ่งอาหารให้กับเจ้าก็ได้ แต่เจ้าจะต้องสำนึกผิดที่ได้เคยพูดดูถูกและล้อเลียนพวกข้าเอาไว้เมื่อก่อนเสียก่อน
          เจ้าจิ้งหรีดจึงพูดว่า  เจ้าไม้ต้องบอกให้ข้าสำนึกหรอก มดเอ๋ยข้ารู้ซึ้งและเข้าใจที่เจ้าบอกแล้วว่าความอดอยากและแล้งแค้นนั้นมันเป็นอย่างไร? เพราะกว่าจะหาข้าวได้สักเม็ด ผลไม้สักผล นี่ถ้าข้าเชื่อพวกเจ้าเสียตั้งแต่แรก ป่านนี้คงตุนอาหารไว้ เต็มบ้านไม่ต้องมานั่งคลานอย่างกระเสือกกระสนและเที่ยวขอเขากินอย่างนี้ยิ่งกว่าขอทาน ว่าแต่เจ้ามีข้าวสักเม็ดหรือเปล่าบริจาคให้ข้าสักหน่อยเถอะ
          มดส่ายหัวอย่างอิดหนาระอาใจ แต่ก็กวักมือเรียกให้เข้ามาในรัง แล้วแบ่งข้าวให้จิ้งหรีดกินหลายเม็ดก่อนที่จะปิดประตูรังของมันเสีย
          ท่านผู้มีปัญญาทั้งหลายเมื่อท่านอ่านเรื่องจิ้งหรีดกับมดจบแล้วท่านได้ข้อคิดอะไรจากนิทานธรรมเรื่องนี้? บางท่านคงจะตีความหมายถึงการไม่ประมาทในบุญกุศล บางท่านคงจะตีความหมายไม่ให้ประมาทในการเตรียมตัวรับมือกับภัยธรรมชาติที่จะเกิดขึ้น ไม่ผิดทั้งสองอย่าง! หากท่านมีปัญญาแล้วท่านย่อมเห็นภัยทั้งทางโลกและทางธรรม 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น