ตำนานการถ่ายทอดชี้ธรรม

วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พระศรีอริยเมตตรัย

                          

             โปรดใช้อริยปํญญาพิจารณาเอกสารนี้ด้วยข้อเท็จจริง จักสร้างกุศลมีผลบุญแก่ท่าน  จากการศึกษาค้นคว้าถึงเหตุผล หาที่มาที่ไป และได้พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือสนับสนุนข้อเท็จจริงมากมาย ที่พระศรีอารย์หรือพระศรีอาริยเมตไตรยจักปรากฏในกึ่งพุทธกาล มีความชัดเจนขึ้น เรื่องจะเชื่อในเอกสารที่ถือสืบเนื่องกันมาหรือไม่นั้น ควรคิดพิจารณาว่าเป็นกุศลธรรมหรือไม่่จักดีกว่า โปรดใช้ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมาเปรียบเทียบ แล้วท่านอาจเห็นประโยชน์ได้้
             ในทางพระพุทธศาสนา ขอเริ่มต้นด้วยพระไตรปิฏก ๒๐ กัณฑ์์ ที่ อจ.ธวัช เที่ยงประภัสสร์ ปธ. ๙ วัดเบ็ญจมบพิตร รวบรวมไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ ที่ส่วนหนึ่งสรุปได้ว่า พระพุทธเจ้าโคตมกับพระศรีอาริยเมตไตรยที่ได้สร้างกรรมไว้ในอดีตชาติ คือเมื่อกล่าวถึงพุทธกาลนั้นมี 5000 ปี จะแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนละ 2500 ปี หรือกึ่งหนึ่ง
 
พระพุทธองค์ทรงเล่าให้พระอานนท์ฟังต่อไปว่า
           "อันชาติหนึ่งสองเราสหายสนิท ช่วย กันคิดเอาบัวมาอธิษฐาน เพื่อเสี่ยงทายบารมีพุทธกาล ให้บัวบานบอกแจ้ง เป็นผู้ใด" ในชาตินั้นเราทั้งสองจึงเอาดอกบัวมาคนละดอก เข้าไปอธิษฐานในพระวิหารว่า ถ้าใครจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าก่อน ก็ขอให้ดอกบัวของผู้นั้นบานก่อน ครั้นวันรุ่งขึ้นพระตถาคตได้เข้าไป ดูดอกบัวนั้น แต่ยังไม่ทันสว่างแจ้ง เห็นดอกบัวของพระศรีบานก่อน ด้วยความที่อยากเป็นพระพุทธเจ้าก่อนพระศรี จึงลักเปลี่ยนดอกบัวของพระศรีมาไว้ที่พระตถาคต สับเปลี่ยนกันเสีย "บัว ของน้องบานแล้วนะพี่จ๋า สัมพุทธาน้องย่อมได้ไปก่อนแน่ แต่ไฉนบัวในมือ เดี๋ยวหุบเดี๋ยวก็แบ พุทธยังไม่เที่ยงพุทธยังไม่แท้น่าอายจริง"
             ฝ่าย พระศรีนั้นเขาฌานแก่ รู้ว่ามีการสับเปลี่ยนบัว จึงทำนายว่า "โอ! สหายท่านจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าก่อนเราจริง แต่ทว่าฝูงมนุษย์ยุุคนั้นจะเป็นคนขี้ลักขี้ล่าย และใช้เงินดำ เงินแดง เงินกระดาษกัน อย่างพร่ำเพรื่อ มนุษย์จะไม่ซื่อสัตว์ต่อกัน จะทุจริต คิดมิชอบนานาประการ พระสงฆ์องค์เณรพุทธบริษัทในศาสนานั้น จะหาความเที่ยงแท้แน่นอนไม่ได้ เดี๋ยวบวช เดี๋ยวสึก เดี๋ยวหุบ เดี๋ยวแบดังบัวดอกนี้"
เพราะกรรมที่พระพุทธโคดมได้สับเปลี่ยนบัว ถึงแม้ว่าพระองค์และเหล่าพระอรหันต์สาวกจะเข้าพระนิพพานไปแล้วก็ตาม แต่กรรมนั้นยังติดอยู่ในศาสนาของพระองค์ ตราบเท่าทุกวันนี้ ที่เหลือไว้แต่สมมติสงฆ์ในศาสนาของพระองค์ จึงรู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง พุทธศาสนาที่เสียหายสามส่วน คือ ถูกพราหมณ์ผู้ไม่รู้จริงเอาไปผสมผสานกับลัทธิพราหมณ์ส่วนหนึ่ง ยักษ์เอาพุทธศาสนาไปทำมาหากินส่วนหนึ่ง และ
มารเปลี่ยนแปลงคำสอนให้เกิดความผิดเพี้ยนเสียหายยิ่งอีกส่วนหนึ่ง เหลือส่วนที่เป็นจริงมีเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อข้อวัตรปฏิบัติถูกปนจนแยกแยะไม่ออก ผู้คนเกิดมาสมัยหลัง จึงไม่เข้าใจทางศึกษาปฏิบัติที่ถูกมรรค ผล นิพพานอย่างแท้จริง ซึ่งความเสื่อมของสงฆ์นี้พระพุทธเจ้าตรัสไว้มาจากสาเหตุ 5 ประการ
               พระพุทธโคดมทรงเล่าอดีตกรรมจบลง พร้อมพยากรณ์เหตุการณ์สืบไปอีกว่า เมื่อ พระศรีอาริยเมตไตรยโพธิสัตว์จะมาช่วยสืบอายุพุทธศาสนาในกึ่งพุทธกาลของพระตถาคต นั้น จะมีสรรพวัตถุทั้งหลายบังเกิดขึ้นแก่โลก อย่างแปลกประหลาดเหลือจะคณานับ ทั้งเสื้อผ้าอาภรณ์นานาชนิด ก็จะไม่ได้ปั่นและทอด้วยมือ เหมือนในศาสนาของตถาคตจะมีแต่ผ้าเนื้อบริสุทธิ์ ฝูงมนุษย์จะไม่ติเตียนว่า เป็นขี้หูขี้ตาเขาเท่าจะวัดวา (วัดหลาหรือเมตร) ก็จะมีในยามนั้น แม่หญิงจะนุ่งซิ่นเสื้อลายเหมือนหนังแย้ จะนุ่งเสื้อผ้าแขนกุดขาก้อม หญิงชายจะนุ่งผ้าเป็นอย่างเดียวกัน จะว่าชายก็บ่จริง จะว่าหญิงก็บ่แม่น แม่หญิงจะหวีผมปกหน้า จะใส่ต่างหูยาวง้ำหน้า พ่อชายจะใส่หมวกหุ้มหน้า สิ่งที่ไม่รู้จะได้รู้ สิ่งที่ไม่พบเห็นก็จะได้เห็น พร้อมด้วยบุรพนิมิตอันชั่วร้ายต่าง ๆ ก็จะบังเกิดขึ้นแก่โลกมากมายยิ่งนักดังนี้
1. ราชภัย ท้าวพระยาจะบังคับเบียดเบียนพลเมือง
2. โจรภัย จะบังเกิดโจรผู้ร้ายปล้นสะดมทั่วไป
3. อัคคีภัย ไฟจะไหม้บ้านเมืองไม่ขาดสาย
4. อสุนีบาต ฟ้าจะผ่าสัตว์และคนล้มตายบ่อย ๆ
5. เมทนีภัย แผ่นดินจะไหวสะท้านและแยกออกจากกัน
6. วาตภัย จะเกิดลมพายุพัดพาบ้านเมืองพินาศ
7. อุทกภัย น้ำท่วมบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นา
8. ทุพภิกขภัย จะเกิดข้าวยากหมากแพงและอดอาหาร
9. พยาธิภัย จะเกิดโรคระบาดคนและสัตว์ล้มตาย
10. สัตถภัย จะรบราฆ่าฟันกันล้มตายร้ายแรง
               ในขั้นสุดท้าย แผ่นดินจะไหวเดือนละหลายครั้ง จะมีสุริยคราสและจันทรคราสบ่อยครั้ง จะเห็นผีพุ่งไต้บ่อยๆ ดาวหางและแสงประหลาดจะบังเกิดให้เห็นไม่ขาดระยะ จะได้ยินเสียงดังในอากาศคล้ายระเบิดและปืนใหญ่ แร้งกาจะบินลงเกาะบ้านเมืองอย่างผิดธรรมดา ฝูงมนุษย์จะเดือดร้อนและขวักไขว่กันไปมา จะบังเกิดสงครามฆ่าฟันกันตายเหมือนใบไม้ร่วงไปทุกหนทุกแห่ง
               ความจริงในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าพยากรณ์ทั้ง 10 ข้อเกิดขึ้นจริง อาเพศต่างๆ บังเกิดอย่างต่อเนื่อง แผ่นดินไหวเกิดขึ้นมากมายกว่าที่เคยมีมา ฝนดาวตกเห็นได้บ่อยครั้ง แสงบนท้องฟ้าเกิดขึ้นสว่างไสว สัตว์เล็กสัตว์ใหญมีทั้งนกทั้งปลา่พากันมาตายมากมายก่อนหน้ามหาภัยพิบัติเกิดขึ้น เกิดข้าวยากหมากแพงไปทั่วทิศ การรบราฆ่าฟันมีอยู่ทั่วไป

ครั้นแล้วถึงกาลที่องค์พระเมตไตรยโพธิสัตว์จะปรากฏเป็นที่พึ่งแก่โลกตามบุรพกรรมสัญญา
              เหตุการณ์ที่กล่าวถึงการมาปรากฏของพระศรีอารย์ในกึ่งพุทธกาล มีอยู่เช่นเดียวกันในพุทธทำนายที่แกะสลักไว้บนศิลา ในเขตมหาวิหาร สวนมฤคทายวัน ประเทศอินเดีย คาดว่าพระสารีบุตรผู้มีความสนใจในยุคของพระจักรพรรดิเป็นผู้แกะสลักไว้
             ท่านผู้มีกุศลปัญญา ถ้าได้โปรดพิจารณากับความเป็นจริงแล้ว น่าจะเห็นข้อเท็จจริงได้ไม่มากก็น้อย เรื่องเทพและมารเป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนมากในสมัยนี้ไม่สนใจ ถ้าไม่หวังพึ่งพาให้เกิดผลประโยชน์แห่งตน เมื่อกล่าวถึงหลักฐานมีพอเพียงที่สามารถหาความเป็นจริงได้ว่าเทพและมารมีจริง ทำไมยกเรื่องเทพและมารมากล่าว ทั้งนี้เพราะพระผู้มีพระภาคตรัสว่าผู้คนจะไม่สนใจพุทธทำนาย ถึงแม้ว่าสิ่งที่บ่งไว้มีความถูกต้องมาก
            เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับเทพคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอินเดียและนาซาของสหรัฐอเมริกาตั้งโครงการร่วมกันเพื่อศึกษาโยคี เจนิ อายุ 76 ปี ผู้อาศัยในถ้ำไม่ทานอาหารและดื่มน้ำมาเป็นเวลา 60 ปี  จากการศึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ 21 ท่านในช่วงเวลา 10 วัน ยังไม่สามารถพบสิ่งผิดปกติของโยคีผู้ไม่ดื่มน้ำทานอาหารท่านนี้ได้ โยคีผู้นี้เล่าว่าเมื่ออายุ 7 ขวบได้ออกจากบ้านเพื่อบำเพ็ญตบะ และเมื่ออายุ 11 ปี เขาได้รับการดูแลจากเทพเทวีทำให้ไม่ต้องการอาหารและน้ำดื่มใดๆมาจนถึงทุกวันนี้
สำหรับพุทธทำนายเป็นเรื่องของการเปลี่ยนยุคจากกลียุคที่มีคนเลวคนชั่วถึง 3 ใน 4 ส่วน เหลือคนดีเพียง 1 ส่วน ไปเป็นกฤดายุคหรือยุคทองที่มีคนดีทั้ง 4 ส่วน การที่จะเกิดกฤดายุคในช่วงปัจจุบันได้นั้น ตามพุทธทำนายจะเกิดภัยพิบัติสารพัดทิศและมีเหตุการณ์ตามตำนานของศาสนาต่างๆ เกิดขึ้นก่อนเพื่อจะขจัดคนเลวคนชั่ว ซึ่งพระพุทธเจ้าโคตมตรัสว่าผู้คนจะไม่สนใจในพุทธทำนาย
             จากข้อเท็จจริงที่เป็นรูปธรรมแสดงว่า คำทำนายเหตุการณ์ในปัจจุบันนั้นถูกต้อง คงเหลือส่วนสุดท้ายคือโลกาวินาศ(การล้างโลก)ในปี 2556 เราทั้งหลายโปรดพิสูจน์ความจริงเพื่อรับรองพระโพธิสัตว์สองพระองค์คือ พระมหาเถรโพธิสัตว์คือรัชการที่ 9 และพระธรรมมิกราชหรือพระจักรพรรดิที่จักช่วยให้มนุษย์พ้นมหันตภัยล้างโลกที่จะเกิดขึ้นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวในเร็วๆ นี้
             พระพุทธเจ้าตรัสเช่นเดียวกับคำทำนายในศาสนายูดาแม่บทของคริสต์และมุสลิมที่ว่า จะไม่มีใครสนใจในคำทำนายเกี่ยวกับพระจักรพรรดิที่จะมาปรากฏในปัจจุบันเช่นกัน ดังนั้นโปรดรู้ทันมาร อย่าให้มารดลใจให้เรามีมิจฉาทิฐิหลงผิดในกุศลธรรมคือไม่ยอมพิสูจน์ความจริง
            ทำไมศาสนาพุทธจึงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกไม่ได้ตลอดพุทธกาล (ถึง พ.ศ. 5000) สิ่งเหล่านี้เป็นเพราะกรรมอันใดเล่า กรรมแห่งศาสนาของพระพุทธโคดมมีมาเช่นไร สามารถหาข้อมูลเพื่อวินิจฉัยได้ เช่นจาก พระเมตไตรยต้องบุรพกรรม ก่อนกึ่งพุทธกาล
            องค์อินทราธิราชเจ้าพร้อมทั้งเหล่าทวยเทพ น้อยใหญ่ทั้งหลาย จึงพร้อมใจกันไปอาราธนาอัญเชิญ พระเมตไตรยมหาโพธิสัตว์ ยังดุสิตเทวโลก ขออาราธนาอัญเชิญพระองค์ท่านมาช่วยสืบอายุพระพุทธศาสนา โปรดลงไปช่วยต่อชะตาชาวพุทธ ต่อชะตาบ้านเมืองและศีลธรรม สืบอายุอาณาจักรและพุทธจักรให้ครบพุทธกาล ขอได้ทรงพระเมตตาไปช่วยชาวโลก โปรดโลก เปิดธรรม ตัดเวร และอโหสิกรรม สะสางธาตุธรรม ชี้ทางที่ถูกต้องเที่ยงตรง และเที่ยงธรรม ในฝ่ายสัมมาทิฐิแต่ส่วนเดียว แก่เหล่ามนุษย์ด้วยพระเจ้าข้า
            เมื่อกล่าวถึงการสอนธรรมะของศาสนาต่างๆ จะมีความเชื่อที่แตกต่างกัน เช่นการพึ่งพระเจ้า การพึ่งตนเอง เป็นต้น แต่ในเรื่องการมาปรากฏของพระจักรพรรดิในปัจจุบัน พุทธทำนายมีข้อมูลตรงกับและสนับสนุนกันกับศาสนาโลกอื่นๆ สำหรับที่มีบางคนกล่าวถึงพระเมตรไตรยจะมาปรากฏในเวลาอื่นที่ไม่ใช่กึ่งพุทธกาลนั้น ไม่มีหลักฐานชัดเจนหรือขาดเหตุผลมาสนับสนุนความเป็นจริง
           โปรดอย่าให้มารมาสิงสู่จิตใจ มองเห็นสิ่งดีมีค่าเป็นอย่างอื่น อย่างที่พระพุทธเจ้าและผู้มีญาณพิเศษที่เห็นอนาคตกาลได้กล่าวไว้ว่าจะไม่มีใครสนใจในพยากรณ์
           ขอให้พิจารณาถึงพยากรณ์ของพุทธทำนายปี พ.ศ. 2556 นั้นใกล้เคียงพยากรณ์ของพวกมายันที่บ่งไว้ในวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปี 2535 ของนอสตราดามุสกับการปรากฏของพระเมตไตรย (พระศรีอารย์) ตรงตามพุทธทำนาย
           ตามพระพุทธประวัติ มารพยายามทำลายพระพุทธศาสนา อย่างเช่นพญาวัสวดีมารผู้ใจบาป นางจินจมานวิกาและพระเทวทัต ในทำนองเดียวกันมารก็พยายามไม่ให้พระศรีอารย์ได้ปรากฏเช่นกัน ดังนั้นการพิสูจน์ความจริงเพื่อให้พระศรีอาร์องค์จริงปรากฏจึงไม่เป็นเรื่องเสียหาย ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ไม่ใช่เป็นเรื่องของมารใจบาป ไม่เป็นการหลอกลวง ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ ไม่เป็นการประมาท ไม่เป็นการลบหลู่พุทธทำนาย แต่ถ้าเรื่องดังกล่าวพิสูจน์ได้เป็นจริงแล้ว จะเป็นประโยชน์แก่มนุษยโลกโดยตรง
           จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ชมนิทรรศการเรื่องพระศรีอารย์ในวันวิสาขบูชาที่ท้องสนามหลวง ปี 2552 กว่า 200 ท่าน จากการสำรวจ 100% เห็นควรให้มีการหาข้อเท็จจริงในเรื่องพระศรีอารย์ขึ้นเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน
www.metteya.org มีรายละเอียด ท่านสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น