หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

การมีเมตตาอย่างแท้จริง

ถ้ามนุษย์ยังไม่เข้าใจธรรมชาติ
การมีเมตตาอย่างแท้จริง
จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย
มนุษย์รู้ทุกๆ อย่างบนโลกนี้
ล้วนเป็นธรรมชาติ
แล้วถามว่าใครเป็นผู้สร้างธรรมชาติละ
ไม่มีใครตอบได้อย่างเต็มปาก
เพราะไม่มีหลักฐานใดมายืนยัน
แต่บางคำสอน ก็บอกบอกว่า
พระเจ้าสร้างโลก
แล้วพระเจ้าสร้างโลก
และมนุษย์มาเพื่ออะไร
มีใครเคยคิดบ้างไหม
พระเจ้าให้มนุษย์เกิดมา
เพื่อใช้ปัญญาอันประเสริฐยิ่งของตนเอง
มาสร้างความดี มาเป็นผู้ให้
พร้อมทั้งส่งอุปกรณ์ต่างๆ
มาให้มนุษย์ได้เรียนรู้
พิจารณาดูซิว่า บนโลกนี้
ถ้ามีแต่สัตว์และธรรมชาติ
ทุกอย่างบนโลกนี้ก็สมดุลอยู่แล้ว
แต่ถ้ามนุษย์ไปอยู่ตรงไหน
ตรงนั้นละ ก็มักจะไม่สมดุล
ยิ่งมีมนุษย์ตรงไหนมาก
ยิ่งมีการทำลายมาก
ทำลายแล้วไม่สร้าง
ไม่ปรับความสมดุล
ความสมดุลของธรรมชาติ
จะคงอยู่ได้อย่างไร
เพราะมนุษย์ส่วนใหญ่โลภ
อยากได้อะไรมากๆ
ก็จึงเกิดการทำลาย
และเบียดเบียนกันมาก

เคยคิดกันบ้างหรือไม่ว่า
ฟ้าได้ส่งสัญญาณเตือนมนุษย์
มาครั้งแล้ว ครั้งเล่า
มนุษย์จะรู้สึกกันบ้างหรือเปล่าว่า
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบนโลกนี้
ไม่ว่าจะเป็นพายุ น้ำท่วม ภัยพิบัติต่างๆ
คลื่นนามิ แผ่นดินไหว
เชื้อโรคต่างๆ ไข้หวัดนก โรคซาร์
ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ และอื่นๆ
สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร
มนุษย์รู้ไหมว่า
ทำไมต้องมีโรคนั้นโลกนี้
โรคนี้มีมาเพื่ออะไร
ใครส่งมา ส่งมาทำไม
มนุษย์เคยสังเกตเรื่องนี้ไหม
เป็นเพราะมนุษย์โลภเกินไป
เห็นแก่ตัวเกินไป
ทำลายธรรมชาติมากเกินไป
ซึ่งมนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอยู่แล้ว
ฟ้าส่งมนุษย์ลงมา
เพื่อให้มนุษย์มาฝึกความเป็นผู้ให้
แต่มนุษย์กำลังแย่งชิงการเป็นผู้เอา
หาประโยชน์ให้แก่ตัวเองเพียงอย่างเดียว
เห็นแก่ตัวกันมากขึ้น มากขึ้น
โดยไม่คำนึงถึงเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
และธรรมชาติ

ฟ้าให้ธรรมชาติกับมนุษย์มา
เราเคยสังเกตไหมว่า
ฟ้าประทานต้นไม้ทุกต้นให้กับมนุษย์
มีหลากหลายเผ่าพันธุ์ นับไม่ถ้วน
ให้ต้นไม้เพื่อเป็นต้นแบบของการให้
ให้มนุษย์ได้ศึกษาเรียนรู้
เราเคยสังเกตไหมว่า
ทำไมต้นไม้มีทั้งอายุสั้น อายุยืน
มีทั้งต้นเล็ก ต้นใหญ่
มีทั้งชนิดมีดอก แลบางชนิดมีผล
ดอกไม้บางชนิดก็สวยมาก
บางชนิดก็สวยน้อย
บางชนิดดอกเล็ก บางชนิดดอกใหญ่
ดอกไม้แต่ละดอก สวย
และวิจิตรพิสดารขนาดไหน
เคยพิจารณาให้ละเอียดบ้างไหม

สิ่งเหล่านี้สอนธรรมะให้เราได้ทั้งสิ้น
ธรรมชาติเหล่านี้สอนธรรมมะได้
ความหลากหลายของธรรมชาติ
เปรียบกับมนุษย์มีหลายเผ่าพันธุ์
และหลากหลายความคิด
มีทั้งอายุสั้น และอายุยืน
เช่นเดียวกับต้นไม้นั่นแหละ
ต้นไม้ มีทั้งต้นใหญ่ ใบใหญ่
และต้นเล็ก ใบเล็ก
ในขณะเดียวกัน ก็มีต้นไม้
ที่ต้นใหญ่ แต่ใบเล็ก
ส่วนต้นเล็ก แต่ใบใหญ่ มีทั้งนั้น
มีไว้ให้มนุษย์ได้ศึกษาเรียนรู้
เพื่อให้เกิดปัญญา

ต้นไม้ใหญ่ ใบใหญ่ เปรียบเสมือน
มนุษย์บางคน ตำแหน่งใหญ่ หน้าที่ใหญ่
มีโอกาสเป็นผู้ให้ได้มาก
และทำตัวเป็นผู้ให้ได้มาก

มนุษย์บางคน ในอดีตชาติ
สร้างสะสมบุญไว้น้อย
เกิดมามีตำแหน่งหน้าที่การงานเล็ก
จึงทำหน้าที่ได้น้อย
เหมือนต้นไม้ที่มีต้นเล็กแลมีใบเล็ก

บางคนเกิดมามีตำแหน่งใหญ่
รับหน้าที่การงานใหญ่
แต่ทำประโยชน์ได้น้อย
เป็นผู้ให้ได้น้อย
เหมือนต้นไม้ต้นใหญ่ แต่มีใบเล็ก

ส่วนบางคนเกิดมามีตำแหน่งเล็ก
หรือไม่มีตำแหน่งและยศถาบรรดาศักดิ์
แต่ตนเองก็ทำหน้าที่ช่วยเหลือ
เพื่อนมนุษย์อย่างเต็มที่
เต็มความสามารถ
และสามารถทำประโยชน์กับผู้อื่นได้มาก
เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่
สร้างประโยชน์ต่อผู้อื่นได้มากมาย
เหมือนต้นไม้เล็กแต่มีใบใหญ่

ธรรมชาติสอนมนุษย์นะ
แต่มนุษย์เคยเรียนรู้อะไร
จากธรรมชาติบ้างหรือเปล่า

1 ความคิดเห็น:

  1. อ่านแล้ว มีประโยชน์และรู้สึกดีมากๆ ครับผม ....

    ตอบลบ